Author Topic: คำพิพากษาฎีกาที่๕๒๓๖/๒๕๖๐  (Read 254 times)

clclaw

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • Posts: 88
    • View Profile
คำพิพากษาฎีกาที่๕๒๓๖/๒๕๖๐ แม้จำเลยที่๑ มิได้ยกอาวุธปืนขึ้นจ้องเล็งไปยัง ผู้เสียหายทั้งสองก็ตาม แต่อำวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันที ทันใด ประกอบกับขณะเกิดเหตจำเลยที่๑ อยู่ห่างจากผู้เสียหายทั้งสองประมาณ ๑๐ ถึง ๑๕ เมตร การที่จำเลยที่๑เอี้ยงตัวใช้อาวุธยิงไปยังผู้เสียหายทั้งสองในระยะใกล้ จำเลยที่ ๑ ย่อม เล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ การที่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสอง แต่ไปถูกต้นไม้ที่อยู่ห่างจากถนน ๑๕๒ เซนติเมตร อาจเนื่องมาจากจำเลยที่๑ ยิงไม่ถนัดเพราะจจำเลยที่ ๒ ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีผู้เสียหายทั้งสองก็ได้ กรณีไม่อาจนำ ข้อเท็จจริงที่ว่ากระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสองมาเป็นข้อบ่งชี้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีเจตนาที่ จะฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง ต้องดูการกระทำทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ ประกอบด้วย  เมื่อผู้เสียหายทั้งสองเป็น เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสอง ผู้เสียหายทั้งสองไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยที่ ๑ จำลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามมาตรา๒๘๙ (๒) เมื่อจำเลยที่ ๑ ใช้อำวุธปืนยิงผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาฆ่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการ ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายด้วย ส่วนจำเลยที่ ๒ซึ่งเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์พาจำเลยที่ ๑ หลบหนีกำรจับกุม เช่นนี้ จำเลยที่ ๒ ย่อมคาดหมายได้ว่าระหว่างหลบหนีจำเลยที่ ๑ อาจใช้อำวุธปืนยิงผู้เสียหาย ทั้งสองได้ถือได้ว่าเลยที่ ๒ มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการใช้
อาวุธปืนยิงผู้เสียหายทั้งสองมาตั้งแต่ต้น จำเลยที่ ๒ จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในความผิด ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มีและพาอาวุธปืนและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายด้วย
-จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา ๒๘๙(๒) ประกอบมาตรา ๘๐, ๑๓๘ วรรคสอง, ๓๗๑, ๘๓
อ้างอิง : https://www.facebook.com/pages/category/Lawyer---Law-Firm/คำพิพากษาศาลฎีกาใหม่และคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ-585211908247914/