สัญญาจ้างทำของ

9.สัญญาจ้าง(แบบที่2)

สร้างเมื่อ 25 กรกฎาคม 2560 | ผู้ชม 725 ครั้ง

สัญญาจ้าง

 

สัญญาเลขที่………………………….

 

สัญญานี้ทำขึ้น       ….…………………………………………………………….………เมื่อ

วันที่………..เดือน …………………….... (..) ………….ระหว่าง….……………………กรม.

กระทรวง ………………………………………ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่าผู้ว่าจ้าง  ฝ่ายหนึ่งกับ  

………………………………………ซึ่งจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล ณ ประเทศไทย   มีสำนักงานใหญ่

อยู่เลขที่……………….……………….ตำบล/แขวง…………………อำเภอ/เขต………………………

จังหวัด………………………………..โดย…………………ผู้รับมอบอำนาจให้ลงนามผูกพัน นิติบุคคลดังกล่าว .ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่าผู้รับจ้าง   อีกฝ่ายหนึ่ง

                หลักฐานแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและแสดงถึงผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาแทนผู้รับจ้างปรากฏอยู่แนบท้ายสัญญานี้

                คู่สัญญาได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

ข้อ  1.  ขอบเขตของาน

ผู้ว่าจ้างตกลงให้ผู้รับจ้างทำงานก่อสร้าง…………….

……………ตำบล/แขวง…………………อำเภอ/เขต…………………จังหวัด……………………….ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งเอกสารซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ 2

                ผู้รับจ้างตกลงที่จะจัดหาแรงงาน  วัสดุ  เครื่องมือเครื่องใช้   ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ   เพื่อใช้ในการก่อสร้างที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานและผลสำเร็จของงานตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งเอกสารที่ได้ระบุไว้ในข้อ  2

                ข้อ  2.  เอกสารประกอบสัญญา

เอกสารดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา  และคู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจโดยตลอดแล้ว

เล่มที่   1 ประกาศและข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าประกวดราคา

เล่มที่  2 รายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้าง (Technical Specification)

เล่มที่  3 แบบใบเสนอราคา

เล่มที่  4 ในแจ้งรายการาคา (Bill of Quantities)

เล่มที่  5 แบบแปลนก่อสร้าง

                 ข้อ  3.  หลักประกันการปฏิบัติงาน

ในวันทำสัญญานี้  ผู้รับจ้างได้นำหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในข้อ  6 ของประกาศและข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าประกวดราคา เป็นจำนวนร้อยละ (สิบ) 10 ของราคา………….บาท

(…………………….บาท) คิดเป็นเงิน………………………บาท (………………………………บาท)

มามอบแก่ผู้ว่าจ้าง  เพื่อเป็นหลักประการปฏิบัติตามสัญญาหลักประกันดังกล่าวมีอายุประกันหลังจากวันกิจการแล้วเสร็จภายในกำหนดความรับผิดชอบตามสัญญาถ้าวันแล้วเสร็จตามสัญญาต้องยึดออกไปด้วยเหตุใด ๆ   ก็ตาม  ผู้รับจ้างต้องนำหลักประกันมามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างให้มีอายุการประกันให้ครบความรับผิดชอบตามสัญญาเสมอไป

หลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบไว้ข้างต้น   ผู้ว่าจ้างจะคืนให้เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาข้อ  8

                ข้อ  4.  ค่างานและการจ่ายเงิน

ผู้ว่าจ้างตกลงจ่าย   และผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่างานเป็นจำนวนเงิน…………………………บาท

(…………………………………บาท) โดยถือราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ตามรายการแต่ละประเภทดังที่ได้กำหนดไว้ในใบแจ้งรายการราคา)

                คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจำนวนเนื้องานที่กำหนดไว้ในใบแจ้งรายการราคานี้เป็นจำนวนโดยประมาณเท่านั้น  จำนวนเนื้องานที่แท้จริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้   ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่างานให้แก่ผู้รับจ้างตามราคาต่อหน่วยงานแต่ละประเภทที่ทำเสร็จจริง  คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงราคาต่อหน่วย หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการที่จำนวนเนื้องานได้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในสัญญา

                นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในสัญญา   ผู้ว่าจ้างจะกำหนดค่าของงานที่ได้ทำตามสัญญา   เมื่อต้องการวัดค่างานส่วนไหนผู้ว่าจ้างก็จะจ้างให้ตัวแทนของผู้รับจ้างทราบและตัวแทนหรือผู้ที่มีคุณสมบัติ   หรือมีความสามารถที่ตัวแทนส่งมาจะมาช่วยผู้ว่าจ้างวัดค่างานและจะเพิ่มเติมรายละเอียดตามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการในกรณีที่ผู้รับจ้างมิได้มาหรือมิได้ตั้งตัวแทนมา  การวัดค่างานโดยผู้ว่าจ้างถือว่าเป็นการวัดค่างานที่ถูกต้อง

                ในกรณีที่การชำระเงินรายเดือนตามความก้าวหน้าของงานทั้งหมด (ยกเว้นการชำระเงินตามรายการที่ระบุ)   เปลี่ยนแปลง   การเพิ่มเติม และการตัดรายการบางส่วนของงานตามข้อ 16 และจำนวนเงินจรตามรายการที่ระบุ)   มากหรือน้อยกว่าราคาตามสัญญาเดิม ต้องมีการปรับราคาเดมิเมื่องานเสร็จ   ดังต่อไปนี้

ก.      ในกรณีที่เงินชำระรายเดือนทั้งหมดสูงกว่าร้อยละยี่สิบ (120  ของราคาที่กำหนดเดิมจำนวนที่

เกินจะชำระให้เพียงร้อยละแปดสิบ (80)  ของเงินจำนวนที่เกินนั้น

ข.      ในกรณีที่เงินชำระรายเดือนทั้งหมดต่ำกว่าร้อยละแปดสิบ (80) ของราคาเดิมตามสัญญา   ผู้

ว่าจ้างจะชดเชยเงินให้ร้อยละยี่สิบ (20) ของส่วนต่างระหว่างร้อยละแปดสิบ (80) ของราคาเดิมตามสัญญากับราคาค่างานรายเดือนที่ทำจริงทั้งนี้ เพื่อชดเชยค่าโสหุ้ยและค่าสูญเสียกำไรของผู้รับจ้าง

ค.      การปรับราคาจะไม่กระทำในกรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงตามข้อที่  7  การตกลงกันในเรื่องการ

ปรับราคาจะกระทำตอนชำระเงินงวดสุดท้าย   จะไม่มีการปรับราคาสูงต่ำของงานแต่ละชนิดตามรายการที่กำหนด

ง.       การจ่ายเงินที่เดิมนี้จะจ่ายให้ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินทุกเดือนผู้รับจ้างจะต้องส่งบัญชี

ต่าง ๆ  โดยละเอียด  ที่เป็นบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้รับจ้างคิดว่าควรจะได้และเกี่ยวกับงานที่ผู้ว่าจ้างสั่งให้ทำเพิ่มเติม

ภายใต้ข้อกำหนดในข้อ    6 แห่งสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่างาน   ให้แก่ผู้จ้างเป็นราย

เดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จเมื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างได้กระทำการตรวจสอบงานที่ทำเสร็จแล้วและปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่งสัญญานี้ทุกประการ   ผู้ว่าจ้างจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง

                จะไม่มีการจ่ายเงินไม่ว่าจะเป็นในช่วงระหว่างทำงานหรือเมื่องานแล้วเสร็จในกรณีที่รายจ่ายเหล่านี้มิได้มีปรากฎในใบแจ้งรายการราคา

                การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ  รวมทั้งการทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยตามที่กำหนดไว้ในข้อ  20

                ข้อ  5.  เงินค่างานล่วงหน้า

ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่างานล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้าง   เป็นจำนวนเงิน…………………..บาท

(……………………………..บาท) ซึ่งเท่ากับร้อยละสิบ (10) ของราคาตามสัญญาที่ระบุไว้ในข้อ 4 เงินจำนวนดังกล่าวจะจ่ายให้ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้มอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารเต็มตามจำนวนเงินค่างานล่วงหน้านั้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องออกใบเสร็จรับเงินค่างานล่วงหน้าตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ และผู้รับจ้างตกลงที่จะกระทำตามเงื่อนไขอันเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการใช้คืนเงินค่างานล่วงหน้านั้นดังต่อไปนี้

5.1          ผู้รับจ้างจะใช้เงินค่างานล่วงหน้านั้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานตามสัญญาเท่านั้น

หากผู้รับจ้างใช้จ่ายเงินค่าล่วงหน้า  หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเงินค่างานล่วงหน้านั้นในทางอื่น   ผู้ว่าจ้างอาจเรียกเงินค่างานล่วงหน้าคืนจากผู้รับจ้างหรือเรียกร้องเอาจากธนาคารผู้ค้ำประกันได้ทันที

5.2          เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง   ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานการใช้จ่ายเงินค่าล่วงหน้า เพื่อพิสูจน์ว่าได้

เป็นไปตามข้อ  5.1 ภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง   หากผู้รับจ้างไม่อาจแสดงหลักฐานดังกล่าวภายในกำหนดสิบห้าวัน (15   ผู้ว่าจ้างอาจเรียกเงินค่างานล่วงหน้าคืนจากผู้รับจ้างหรือเรียกร้องเอาจากธนาคารผู้ค้ำประกันได้ทันที

             5.3          ในการจ่ายเงินค่างานล่วงหน้าคืน  ผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินงวดต่าง ๆ    ที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับ

จ้างเป็นจำนวนร้อยละสิบห้า (15) ของจำนวนเงินแต่ละงวด   ทั้งนี้นอกจากในสามงวดแรกจนกว่าจะหักได้ครบจำนวน และไม่ว่าในกรณีใด ๆ   ก็ตามเงินค่างานล่วงหน้าที่เหลือจะหักเอาจากเงินค่างานงวดสุดท้ายจนครบจำนวน หากเงินค่างานล่วงหน้าที่ยังเหลือเกินกว่าจำนวนเงินค่างานงวดสุดท้าย   ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินที่เกิดนั้นให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในกำหนดเจ็ดวัน (7) นับแต่วันที่ได้รับคำเรียกเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

5.4          เงินจำนวนใด ๆ  ก็ตามที่ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้ว่าจ้างเพื่อชำระหนี้หรือเพื่อชดใช้ความ

รับผิดชอบต่าง ๆ  ตามสัญญา   ผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินค่างานงวดที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างก่อนที่จะหักเป็นค่าใช้เงินค่างานล่วงหน้าคืนตามข้อ  5.3

5.5          หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดแห่งสัญญาหรือเงื่อนไขใด ๆ   ที่แนบท้าย  ผู้

รับจ้างตกลงที่จะให้หักเอาจากเงินที่จะได้รับทุกจำนวนตามสัญญานี้ เพื่อเป็นการจ่ายคืนเงินค่างานล่วงหน้าหรือจำนวนเงินใด ๆ  ที่ค้างชำระทั้งนี้ภายใต้บังคับของข้อ  5.4 แห่งสัญญานี้

ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา  หากเงินค่างานล่วงหน้าที่เหลือเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับจ้างจะได้รับหลังจากหักชดใช้ในกรณีอื่นแล้ว  ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายคืนเงินจำนวนที่เหลือนั้น  ให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในเจ็ดวัน  (7ป หลังจากที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

ในกรณีที่มีการบอกเลิกจ้างสัญญา   หากเงินค่างานล่วงหน้าที่เหลือเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้รับจ้างจะได้รับหลังจากหักชัดใช้ในกรณีอื่นแล้ว   ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายคืนเงินจำนวนที่เหลือนั้น  ให้แก่ผู้ว่าจ้างภายในเจ็ดวัน (7)  หลังจากที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

ข้อ  6.  การหักเงินประกันผลงาน

ในการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด ผู้ว่าจ้างจะหักเงินจำนวนร้อยละสิบ (10)  ของเงินที่จะต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าหกเดือน (6)   ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะเลือกใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้เพื่อเป็นหลักประกันแทนก็ได้

ผู้ว่าจ้างจะคืนเงินประกันผลงานและ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวตามวรรคแรกให้แก่ผู้รับจ้างหลังจากที่ผู้ว่าจ้างได้ออกใบรับรองว่างานแล้วเสร็จ

ข้อ  7.  กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา

            ภายในกำหนดสิบห้าวัน (15)  นับแต่วันลงนามในสัญญา  ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง   โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้การทำงานหลักต่าง ๆ   ให้แล้วเสร็จ   ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานก่อสร้างภายในกำหนดสามสิบวัน (30)   นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงานและจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดสี่ร้อยแปดสิบวัน (480  นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวนั้น   หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จ   ตามกำหนดเวลา  หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา  หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา  หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง  หรือตกเป็นผู้ล้มละลาย   หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง  ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้  และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย

            การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดชอบตามสัญญานี้

ข้อ  8.   ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง

            เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาตามข้อ  7  หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานจ้างนี้ภายในกำหนดหนึ่งปี (1)  นับจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว  ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง   อันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง   หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย   หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา   ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นไม่ที่เรียบร้อยโดยไม่ชัดช้าโดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใด ๆ  ในการนี้ทั้งสิ้น   หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนดเจ็ดวัน  (7)   นับแต่วันที่ไดรับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง  หรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นโดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ข้อ  9.  การจ้างช่วง

            ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมด หรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่งโยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน  เว้นแต่ที่สัญญานี้จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น   ความยินยอมดังกล่าวนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิด   หรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้  และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดชอบในความผิดหรือประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วงหรือของตัวแทนหรือของคนงานของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ

ข้อ  10.   การควบคุมงานของผู้รับจ้าง

            ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานก่อสร้างอย่างเอาใจใส่ด้วยประสิทธิภาพและความชำนาญ  และในระหว่างการก่อสร้างนั้นจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้ควบคุมงานในสถานที่ก่อสร้าง   ผู้ชอบผู้แทนได้รับมอบอำนาจนั้นให้ถือว่าเป็นคำสั่งหรือคำแนะของผู้รับจ้างและผู้แทนดังกล่าวจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทนผู้รับจ้าง    คำสั่งต่าง ๆ   ควบคุมงานดังกล่าวจะต้องเป็นผู้แทนได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง  คำสั่งหรือคำแนะนำต่าง ๆ    ซึ่งได้แจ้งแก่ผู้แทนดังกล่าวถือได้ว่าได้แจ้งแก่ผู้รับจ้างแล้ว การแต่งตั้งผู้ควบคุมงานนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือและจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง  การเปลี่ยนตัวหรือแต่งตั้งผู้ควบคุมงานใหม่จะกระทำมิได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวผู้แทนได้รับมอบอำนาจนั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจ้างและผู้รับจ้างจะต้องทำการเปลี่ยนตัวโดยพลัน   โดยไม่คิดราคาเพิ่มหรืออ้างเป็นเหตุเพื่อขยายอายุสัญญาอันเนื่องมาจากเหตุนี้

ข้อ  11.   ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง

                ผู้รับข้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ  ความเสียหาย  หรือภยันตรายใด ๆ   อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง  และจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการกระทำของคนงาน  ช่าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง  ความเสียหายใด ๆ  อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น นอกจากกรณีอันเกิดจากเหตุสุดวินัย   ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองความรับผิดชอบของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครั้งสุดท้าย  ซึ่งหลังจากนั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดชอบเพียงในกรณีชำรุดบกพร่อง   หรือความเสียหายดังกล่าวในข้อ  8 เท่านั้น

ข้อ  12.   การจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง

            ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินแก่ลูกจ้างที่ผู้รับจ้างได้จ้างมาในอัตรา  และตามกำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อลูกจ้างดังกล่าวภายใต้กฎหมายแรงงาน

ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่ลูกจ้างดังกล่าวในวรรคแรก  ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่าเงินจำนวนที่จ่ายไปนี้เป็นค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้รับไปจากผู้ว่าจ้างแล้ว

            ผู้ว่าจ้างจะต้องจัดให้มีประกันภัยสำหรับคนงานทุกคนที่จ้างมาทำงาน โดยให้ครอบคลุมถึงความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้างรวมทั้งผู้รับจ้างช่วงอันหากจะพึงมีในกรณีความเสียหายที่คิดค่าสินไหมทดแทนได้ตามกฎหมายซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุหรือภยันตรายใด ๆ  ต่อคนงานหรือบุคคลอื่นที่ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงมาทำงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ระกันภัยดังกล่าวพร้อมทั้งเบี้ยประกันให้แก่ผู้ว่าจ้าง  เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง

ข้อ  13.  การตรวจงานจ้าง

            ถ้าผู้ว่าจ้างแต่งตั้งกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน  หรือบริษัทที่ปรึกษา  เพื่อควบคุมการทำงานของผู้ว่าจ้าง  ผู้รับจ้างยอมให้กรรมการตรวจการจ้าง   หรือผู้ควบคุมงาน  หรือบริษัทที่ปรึกษานั้นมีอำนาจเข้าไปตรวจการงานในโรงงานและสถานที่ที่กำลังก่อสร้างได้ทุกเวลา  และผู้รับจ้างจะต้องอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือในการนั้นตามสมควร

การที่มีกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน  หรือบริษัทที่ปรึกษาหาทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นความรับผิดชอบตามสัญญานี้ข้อใดไม่

ข้อ  14 แบบแปลนก่อสร้างหรือรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างคลาดเคลื่อน

            ผู้รับจ้างจะต้องรับรองว่าได้ตรวจสอบและทำความเข้าใจในแบบแปลนก่อสร้างและรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างโดยถี่ถ้วนแล้ว หากปรากฏว่าแบบแปลนหรือรายการคุณลักษณะเฉพาะประกอบแบบก่อสร้างนั้นผิดพลาด   หรือคลาดเคลื่อนไปจากหลักการทางวิศวกรรมหรือทางเทคนิค   ผู้รับจ้างตกลงที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาเพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์   โดยจะคิดค่าใช้จ่ายใด ๆ  เพิ่มขึ้นจากผู้ว่าจ้างไม่ได้

ข้อ  15.  การควบคุมงานโดยผู้ว่าจ้าง

            ผู้รับจ้างตกลงว่า  กรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งขึ้น  มีอำนาจที่จะตรวจสอบและควบคุมงานเพื่อให้เป็นไปตามเอกสารสัญญา และมีอำนาจที่จะสั่งให้แก้ไข   เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม   หรือตัดทอน   ซึ่งงานตามสัญญานี้   ถ้ามีเหตุอันสมควร   ตามกรรมการตรวจการจ้างผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษา   มีอำนาจที่จะสั่งให้หยุดกิจการนั้นชั่วคราวได้ความล่าช้าในกรณีเช่นนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยายวันทำการออกไปมิได้

ข้อ  16.  งานพิเศษและการแก้ไขงาน

            ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทำงานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือ  รวมอยู่ในเอกสารสัญญาในเมื่องานพิเศษนั้น ๆ   อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้   นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบแปลนก่อสร้างและข้อกำหนดต่าง ๆ   ในเอกสารสัญญานี้ด้วย  โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิโต้แย้งและให้ถือว่าอยู่ในกรอบวัตถุประสงค์แห่งสัญญาแล้ว

อัตราจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ให้นำมาใช้สำหรับงานพิเศษ  หรืองานที่เพิ่มเติมขึ้น  หรอตัดทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง  หากในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ถึงอัตราจ้างหรือราคาใด ๆ   ที่จะนำมาใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราหรือราคารวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้ามี)   กันใหม่เพื่อความเหมาะสม   ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ผู้ว่าจ้างจะกำหนดอัตราจ้างหรือราคาตายตัวตามแต่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่าเหมาสมและถูกต้อง

ข้อ  17.  ค่าปรับ

            หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญา  และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา   ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างดำเนินการต่อไปนี้  คือ

            17.1 ปรับผู้รับจ้างเป็นรายวัน วันละ (เท่ากับร้อยละ 0.05 ของราคาเงินค่างานตามที่ระบุในสัญญาข้อ 4 วรรคแรก…………………………บาท/(ตัวอักษร…………………………………บาท)

            17.2            เรียกค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน   นับแต่วันล่วงเลยกำหนดวันแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จบริบูรณ์   โดยคิดเป็นรายวัน วันละ ……………….บาท (……………บาท)

            17.3            เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า (ถ้ามี)

ในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้   ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามสัญญาข้อที่  18 นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วย

 ข้อ  18.  สิทธิของผู้ว่าจ้างภายหลังบอกเลิกสัญญา

ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา    ผู้ว่าจ้างทำงานนั้นเองหรือว่าจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นต่อจนแล้วเสร็จได้  ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่รับจ้างทำงานนั้นต่อ  อาจใช้เครื่องใช้ในการก่อสร้างสิ่งที่สร้างขึ้นชั่วคราวสำหรับงานก่อสร้างและวัสดุต่าง ๆ    ซึ่งเห็นว่าจะต้องสงวนเอาไว้เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาเท่าที่จะเห็นสมควร

ในกรณีดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร  นอกจากนั้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัติงาน และค่าเสียหายต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนั้นต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากเงินประกันผลงานและจำนวนเงินใด ๆ  ที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างก่อน

ข้อ  19.   การกำหนค่าเสียหาย

ในการกำหนดค่าเสียหายซึ่งเกิดจากผู้รับจ้างตามสัญญานี้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่จะจ่ายหรือจากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง

ข้อ  20.  การทำบริเวณก่อสร้างให้เรียบร้อย

ผู้รับจ้างจะต้องรักษาบริเวณสถานที่ก่อสร้างรวมทั้งโรงงาน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างของผู้รับจ้าง  ลูกจ้าง  ตัวแทน  หรือของผู้รับจ้างช่วง ให้อยู่ในความสะอาดปลอดภัย   และมี    ประสิทธิภาพในการใช้งานตลอดระยะเวลาการจ้าง และเมื่อทำงานเสร็จสิ้นแล้วจะต้องขนย้ายบรรดาเครื่องใช้ในการก่อสร้างรวมทั้งวัสดุ  ขยะมูลฝอยและสิ่งก่อสร้างชั่วคราวต่าง ๆ  ที่จะต้องกลบเกลื่อนพื้นดินให้เรียบร้อย  เพื่อให้บริเวณทั้งหมดอยู่ในสภาพที่สะอาด  และใช้การได้ทันที

ข้อ  21.  กรณีพิพาทและอนุญาโตตุลาการ

ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างอันเกี่ยวกับสัญญานี้  คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องเสนอข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นต่อหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างเพื่อวินิจฉัยหัวหน้าหน่วยราชการนั้นจะต้องมีคำวินิจฉัยภายในกำหนดสามสิบวัน (30)    นับแต่วันที่ได้รับเรื่องราวคำวินิจฉัยดังกล่าวจะต้องทำเป็นหนังสือลงนามโดยหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างและส่งสำเนาให้แก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายโดยไม่ชักช้า   คำวินิจฉัยดังกล่าวให้เป็นอันยุติและถึงที่สุด   นอกจากผู้รับจ้างจะร้องขอต่อผู้ว่าจ้างภายในกำหนดสามสิบวัน (30)   นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยนั้น เพื่อให้เสนอข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นต่ออนุญาโตตุลาการ  หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิได้ตกลงที่จะแต่ตั้งอนุญาตโตตุลา การนายเดียว  ข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทนั้นให้วินิจฉัยโดยอนุญาตโตตุลาการสองนายซึ่งคู่สัญญาแต่งตั้งขึ้นฝ่ายละหนึ่งนายภายในกำหนดสามสิบวัน (20  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งว่าจะต้องเสนอข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งกัน อนุญาตโตตุลาการทั้งสองนายนั้นจะต้องแต่งตั้งผู้ชี้ขาดขึ้นคนหนึ่งภายในกำหนดสามสิบวัน (30)  นับแต่วันที่มีความเห็นขัดแย้งกันนั้น

กระบวนพิจารณาทั้งปวงของอนุญาโตตุลาการจะต้องกระทำในกรุงเทพมหานคร   หากคู่สัญญาไม่อาจตกลงกันได้ในการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของตนเอง   หรือการแต่งตั้งผู้ชี้ขาด  คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะเสนอเรื่องราวต่อสภาพหอการค้าในประเทศไทยเพื่อให้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ   หรือผู้ชี้ขาดตามแต่กรณี

ในระหว่างที่รอคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้น  ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามสัญญาต่อไปด้วยความขยันหมั่นเพียรตามคำวินิจฉัยของหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้าง  ทั้งนี้นอกจากในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา

คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับอนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายตนแต่งตั้งขึ้น หรือในกรณีที่แต่งตั้งอนุญาตโตตุลาการนายเดียว  คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันออกค่าใช้จ่ายตามที่อนุญาโตตุลาการจะกำหนดโดยกรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของผู้ชี้ขาดจะต้องจ่ายโดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายและจะต้องจ่ายฝ่ายละเท่าใดนั้นอนุญาโตตุลาการจะเป็นผู้กำหนดและหากอนุญาโตตุลาการไม่สามารถตกลงกันได้  ผู้ชี้ขาดจะเป็นผู้กำหนด

สัญญานี้จะต้องตีความให้เป็นไปตามกฎหมายไทย คำวินิจฉัยชี้ขาดจะต้องเป็นอันถึงที่สุดสอดคล้องกันและผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย   คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย  มีสิทธิที่จะเสนอคดีต่อศาลยุติธรรมในประเทศไทยเพื่อบังคับคดีตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการหรือของหัวหน้าหน่วยราชการของผู้ว่าจ้างในกรณีที่คำวินิจฉัยนั้นเป็นอันถึงที่สุดดังกล่าว

 ข้อ  22.   เหตุสุดวินัย

ในกรณีที่เหตุสุดวินัยเกิดขึ้นอันก่อให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงานตามสัญญา  ผู้รับจ้างจะต้อรายงานถึงเหตุสุดวิสัยนั้นต่อผู้ว่าจ้างทราบภายในสิบห้าวัน (15   นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนดที่ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอต่ออายุสัญญาในภายหลังมิได้

คำว่าเหตุสุดวิสัยตามสัญญาหมายถึง เหตุใด ๆ   อันจะเกิดขึ้นก็ดีจะให้ผลพิบัติก็ดี  ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการะมัดระวังตามสมควรอันถึงคาดหมายได้จากบุคคลนั้นในฐานะเช่นนั้น

 ข้อ  23.  ภาษา

บรรดาคำบอกล่าว  ข้อแนะนำ  หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวกับสัญญานี้ระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างจะต้องทำเป็นภาษาไทย  บรรดาเอกสารต่าง ๆ   ที่จะเสนอต่อแหล่งเงินกู้นั้นจะต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ

 ข้อ  24.  กฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม

ในการปฏิบัติงานตามสัญญาผู้รับจ้าง  ผู้แทน  เจ้าหน้าที่  ช่างตลอดจนบริวารของผู้รับจ้างจะต้องยึดถือปฏิบัติตามกฎหมายไทย   ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้ผู้ว่าจ้างต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการปฏิบัติผิดกฎหมายของผู้รับจ้างผู้แทน   เจ้าหน้าที่  หรือคนงาน  หรือของผู้รับจ้างช่วงไม่ว่ากรณีใด

 สัญญานี้ได้ทำขึ้นสองฉบับ   มีข้อความเป็นอย่างเดียว   คู่สัญญาได้อ่านเข้าใจข้อความโดยละเอียดตลอดแล้วจึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา   (ถ้ามี)   ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

 


                            ลงชื่อ………………………………….ผู้ว่าจ้าง    ลงชื่อ………………………………….ผู้ว่าจ้าง   

                                    (………………………………….)                           (………………………………….)                             


                            ลงชื่อ………………………………….พยาน      ลงชื่อ………………………………….พยาน

                                    (………………………………….)                           (………………………………….)                        

 

Update : 25 กรกฎาคม 2560 (13:52)